Uncategorized

5 หนุ่มนักวิ่งชายในตำนาน หล่อแซ่บงานดี ยิ้มทีต้องมีละลาย

ทุกคนมีความฝัน ไม่ว่าฝันอยากจะได้หรืออยากจะเป็นอะไรก็ตามก็ถูกนับว่าเป็นความฝัน การทำอาชีพในฝันหรือฝันอยากจะได้สิ่งของที่ต้องการ ฝันอยากจะเป็นนักกีฬา ฯลฯ แต่ความฝันนั้นจะเป็นจริงได้ก็ต้องลงมือทำ เหมือนกับหนุ่ม นักวิ่งชาย ในตำนาน หล่อแซ่บหุ่นดี ทั้ง 5 คนนี้ ที่ประสบความสำเร็จจากความฝันในวัยเด็ก ฝันที่ลงมือทำ โดยไม่ละลดความพยายามจนได้พาตัวเองเข้ามาสู่เส้นทางการเป็นนักกรีฑาในการแข่งขันโอลิมปิก และสิ่งที่พวกเขาทำนั้นได้ส่งผลกระทบในวงกว้างมากกว่าที่จะประสบความสำเร็จแต่เพียงผู้เดียว เพราะนอกจากจะได้ทำตามความฝันแล้ว ยังสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในการเป็นตัวแทนของประเทศสู่การสร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วย

  1.  คาร์ล ลูอิส (Carl Lewis)

คาร์ล ลูอิส (Carl Lewis)

ถ้าพูดถึงนักกีฬาในตำนาน หนึ่งในนั้นจะต้องมี คาร์ล ลูอิส เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้จักเขาในฐานะผู้เป็นหนึ่งในนักกรีฑาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล คาร์ล ลูอิส หรือ “คิงคาร์ล”เป็นนักกรีฑาที่ลงแข่งขันทั้งประเภทลู่และลาน ในขณะที่นักกีฬาส่วนใหญ่จะเลือกแข่งประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น จนในที่สุดเขาก็ได้เป็นเจ้าของเหรียญรางวัลในโอลิมปิก 9 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ไปอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพของเขาเกิดจากที่สมาชิกในครอบครัวเป็นนักกีฬาทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย คุณแม่ที่อดีตเป็นนักวิ่งข้ามรั้วทีมชาติ พี่ชายเป็นนักฟุตบอล และน้องสาวที่เป็นนักกระโดดไกลทีมชาติ สมกับสุภาษิตไทยที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เลยทีเดียว หากถามถึงผลงานการแข่งขันในโอลิมปิก เขาเคยเข้าการแข่งขัน 4 ครั้ง และส่วนใหญ่ที่ลงแข่งก็มักจะได้เหรียญทองไปเกือบทั้งหมด

  1.  ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt)

ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt)

ในปีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่แฟนกีฬาจดจำและตราตรึงฝังใจมากที่สุดของ โบลต์ หรือ“ยอดมนุษย์สายฟ้า” คือการที่เขากลับมาแก้ตัวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเอาชัยชนะอีกครั้ง ในปี 2008 โดยผลงานในครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะคว้ารางวัลเหรียญทองในการแข่งขันประเภทวิ่ง 100 เมตร และทำสถิติโลกใหม่ของโอลิมปิกใหม่(ในครั้งนั้น) โดยใช้เวลาเพียง 9.69 วินาที เท่านั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเคยมีปัญหาทางด้านสุขภาพ จึงทำให้เขาพลาดท่าตกรอบแรกในการวิ่ง 200 เมตร ด้วยสถิติ 21.05 วินาที ในการแข่งขัน เอเธนส์ เกมส์ ปี 2004 ด้วยอายุ 17 ปี ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งหลังจากที่เขากลับมาคว้าแชมป์ใน 2008 ทุกสถิติหลังจากนั้นก็เป็นตำนานไปในที่สุด เพราะในการแข่งขันล่าสุดก็สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศไปด้วยการคว้า 8 เหรียญทองโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง เกมส์ 2008, ลอนดอน เกมส์ 2012 และ ริโอ เกมส์ 2016

  1.  ฮิชาม เอล เกอรูจ (Hicham El Guerrouj)

ฮิชาม เอล เกอรูจ (Hicham El Guerrouj)

“มันยากที่จะล้มเหลว แต่ที่แย่กว่านั้นคือไม่เคยพยายามที่จะประสบความสำเร็จ” บ่งบอกว่าเป็นตัวตนของ “ฮิชาม เอล เกอรูจ” นักวิ่งปอดเหล็กชาวโมร็อกโกได้เป็นอย่างดี เขาไม่เคยยอมแพ้ในเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพเลยสักวินาทีเดียว จนในที่สุดก็สามารถคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างที่ใจหวัง โดยช่วงชีวิตในวัยเด็กเขามีครอบครัวทำธุรกิจเป็นร้านขนมปัง ซึ่งเขามักจะถูกฝึกให้วิ่งไปกลับภายในเวลา 8 นาที ในระยะทาง 1 ไมล์ ในชีวิตประจำวัน ตัดภาพมาที่รางวัลแรกจากการแข่งทัวร์นาเมนต์ที่ 2 ที่เขาได้แชมป์จากการแข่งวิ่งจริงจัง คือรายการ World Indoor Championships ในปี 1995 จากการแข่งขันประเภท 1,500 เมตร หลังจากนั้นก็ได้ไปแข่งโอลิมปิกครั้งแรก ในปี 1996 แต่ก็ไม่ได้คว้ารางวัลอะไรกลับไป จนในที่สุดเขากลับมาเยือนเพื่อที่จะเอาชนะอีกครั้ง ที่ โอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงเอเธนส์ ปี 2004 รอบนี้ทำผลงานเอาชนะไปได้ 2 รายการรวด ในการแข่งขัน วิ่งในระยะ 1,500 เมตร และ 5,000 เมตร

  1.  หลิว เซียง (Liu Xiang)

หลิว เซียง (Liu Xiang)

สำหรับใครที่นึกภาพไม่ออกว่าจะมีคนจริง ๆ ที่สามารถใช้วิทยายุทธต่าง ๆ อย่าง วิชาตัวเบา เหมือนในหนังจีน ว่ามันจะมีจริงไหมหรือจะเป็นอย่างไรในโลกแห่งความจริง เราขอแนะนำให้รู้จักกับ “หลิว เซียง” นักกรีฑาประเภทลาน (กระโดดสูง) ที่ต้องใช้วิชาตัวเบาในการที่จะต้องกระโดดลอยตัว ข้ามไม้พาดโดยต้องมีเงื่อนไขที่ว่าไม้นั้นจะต้องไม่หล่น เขาได้แสดงฝีมือในการแข่งขันราวกับเป็นตัวละครใดสักตัวที่อยู่ในหนังจีนอย่างไรอย่างนั้นเลย ผลงานที่ทำให้ทุกคนรู้จักเขา คือการเป็นเจ้าของเหรียญทองที่ เอเชียน เกมส์ ในปี 2002 แต่ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์จริง ๆ ในระดับโลก คือการสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรชาย นอกจากจะทุบสถิติใหม่ให้กับกีฬาประเภทนี้แล้ว เขายังเป็นนักวิ่งแดนมังกรคนแรกที่ได้รางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันกรีฑาโอลิมปิกนี้ด้วย

  1.  เดเร็ค เรดมอนด์ (Derek Redmond)

เดเร็ค เรดมอนด์ (Derek Redmond)

มีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยที่อดทนและไม่ย่อท้อในเส้นทางการเป็นนักกีฬาอาชีพที่พวกเขารัก เดเร็ค เรดมอนด์ นักวิ่งชาวอังกฤษก็เช่นกัน เขาคือผู้ที่มีความฝันว่าชีวิตนี้จะต้องคว้าเหรียญโอลิมปิกมาให้ได้สักครั้ง แล้วเขาก็ทำผลงานการเป็นเจ้าของเหรียญทองแชมป์โลกวิ่ง 4×400 ที่โตเกียวได้สำเร็จ และเขาก็ได้กลับมาลงแข่งอีกครั้งในปี 1992 ที่ บาเซโลน่า ในฐานะนักวิ่ง 400 เมตร หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจึงทำให้ไม่ได้ลงแข่งอย่างต่อเนื่องใน 4 ปีที่ผ่านมา

แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อจู่ ๆ เขาก็เริ่มเดิมกระเผลกและจับขาตัวเอง จนในที่สุดเขาก็ล้มลง นั่งมองดูผู้เข้าแข่งขันที่วิ่งผ่านไปทีละคน แต่เขาก็ลุกขึ้นมาใหม่พร้อมปฏิเสธทุกการช่วยเหลือ จนในที่สุดพ่อเขาก็ได้วิ่งลงมาในสนามเพื่อพูดจะให้เขาหยุดวิ่งและไม่ให้ความเจ็บปวดลุกลาม ในขณะนั้นเขาก็ได้โผเข้ากอดพ่อและร้องไห้ออกมา พ่อก็ได้พาลูกชายเดินไปเข้าเส้นชัย แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎในทางทฤษฎีแต่พ่อเขาก็ไม่สนใจ แค่อยากพาลูกไปถึงเส้นชัยก็เท่านั้น และภาพที่พ่อค่อย ๆ พยุงลูกชายนั้นก็กลายเป็นภาพแห่งความประทับของคนที่อยู่ในสนามกว่า 65,000 คน ในการแข่งขันโอลิทปิก ปี 1992 ไปตลอดกาล

จะเห็นได้ว่านักวิ่งแต่ละคนที่โลกต้องจดจำเขาในฐานะนักวิ่งที่เป็นตำนานระดับโลกนั้นสุดยอดจริง ๆ ซึ่งพวกเขาจะมายืนถึงจุดนี้ไม่ได้เลยหากขาดความความมุ่งมั่น ความอดทด และความตั้งใจอันแน่วแน่ในสิ่งที่ต้องการจะทำ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความฝันก็ขอให้เริ่มต้นลงมือทำเลยเสียวันนี้ โดยจะยึดถือนักกีฬาเพื่อมาเป็นต้นแบบในการเป็นแรงบันดาลใจก็ไม่ว่ากัน ถือเป็นสิ่งดีเสียด้วยซ้ำทำให้เราได้มีแรงและพลังในการขับเคลื่อนในการใช้ชีวิต หากมีฝันแต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำเสียทีก็คงน่าเสียดายที่เป็นได้แค่ความฝัน พลอยทำให้นึกถึงประโยคของคุณ Johann Wolfgang von Goethe ที่กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ไม่ได้เริ่มต้นในวันนี้ ก็จะไม่มีทางสำเร็จในวันพรุ่งนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นให้ลงมือทำได้เลย!


ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะใน Red Bull 400 การแข่งวิ่งสุดโหด

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะใน Red Bull 400 การแข่งวิ่งสุดโหด

การวิ่งเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่เข้าถึงง่าย ใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายน้อย หลัก ๆ ก็มีแค่ตัวของผู้วิ่ง พร้อมกับรองเท้าที่มีคุณภาพดี ๆ สักคู่ที่เหมาะสมกับรูปเท้าของผู้สวมใส่ และเป็นรองเท้าที่ถูกประเภทในการวิ่งก็เพียงพอ การวิ่งถือเป็นกีฬายอดนิยมที่สามารถเล่นได้ทุกวัยมีทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านการเล่นกีฬาชนิดนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย ตั้งแต่สมัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุ ซึ่งหากพูดถึงการวิ่งจริง ๆ แล้วมันถูกแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือการวิ่งระยะไกลกับการวิ่งระยะสั้น

ถ้าถามว่าระหว่างการวิ่งระยะไกลกับการวิ่งระยะสั้น วิ่งแบบไหนง่ายที่สุด? หลายคนก็คงจะเลือกตอบว่าวิ่งแบบระยะสั้น พร้อมด้วยเหตุผลที่ว่ามันใช้เวลาไม่นานแถมเป็นระยะที่สั้นกว่าซึ่งมันก็คงจะจริง แต่เหตุผลที่ว่านี้อาจใช้ไม่ได้กับงาน Red Bull 400 การแข่งขันวิ่งในระยะทาง 400 เมตร มีการจัดขึ้นให้หลาย ๆ ประเทศ งานที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นงานวิ่งระยะสั้นที่ไม่เหมือนใคร เอาเป็นว่าโหดที่สุด ดุเดือดที่สุด ท้าทายที่สุด ซึ่งหลังจากที่ได้ยินชื่องานก็คงท้าทายนักวิ่งทั่วโลกอยู่พอสมควร แม้ชื่องานและระยะทางจะเป็นการวิ่งเพียงระยะ 400 เมตร แต่บอกเลยว่าไม่หมู! ถ้าคุณคิดว่ามันง่ายขอเลนยว่าต้องคิดใหม่ เพราะนักกีฬาหรือผู้เข้าแข่งต้องมีร่างกายที่แข็งแรงมาก และมีคุณสมบัติในด้านอื่น ๆ ด้วยอย่างความพร้อมในการวิ่งทั้งออกสตาร์ทและเร่งสปีตเพื่อทำเวลา ถึงจะเอาชนะได้

ความโหดที่สุดแสนจะเลื่องลือในงาน Red Bull 400 นั้นมีรูปแบบในการแข่งขันคือ ให้ผู้เข้าแข่งขันวิ่งขึ้นในทางเนินที่ชันมากจนเกือบจะเป็นเส้นตรงหรือเป็นแนวตรงเลยก็ว่าได้ บนความสูงที่ไต่ระดับขึ้นไปถึงกว่า 140 เมตร รวมเส้นทางปกติก็รวมเป็นระยะ 400 เมตร มีหลายด่านให้ต้องเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นด่านที่มีเชือกให้ต้องจับ ด่านที่ต้องวิ่งขึ้นทางชันที่เต็มไปด้วยราวไม้กับขั้นบันได ฯลฯ ซึ่งนอกจากเรื่องของความยากในแต่ละด่านแล้วยังมีเรื่องของปัจจัยภาพของสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวที่พร้อมจะทำให้คุณยอมแพ้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในการแข่งนี้จะมีจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่ปลายเนินเขาและยอดเขาก็คือเส้นชัย

แม้ว่าจะโหดสักแค่ไหนแต่ทางผู้จัดก็ไม่ได้ใจร้ายเสียทีเดียว เพราะการมีระบบและอุปกรณ์พร้อมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เข้าแข่งขันทุกคน ในขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมการแข่งขันก็สามารถใช้มือในการเกาะไปตามทางได้ จังหวะนี้ถ้าใครมีเทคนิคทริคเด็ดก็ต้องงัดเอาออกมาใช้กันให้หมด แต่ส่วนใหญ่นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง อึดถึกทน และมีเทคนิคเฉพาะตัวกันอยู่แล้ว ทำให้ตัดเรื่องความปลอดภัยไปได้ระดับหนึ่ง

ref

  1.  https://www.vrunvride.com/short-run-red-bull-400/
  2.  https://www.redbull.com/th-th/red-bull-400-lahti-2020-report
Pin It